เรียนพี่น้องเกษตรกร/ชาวนาและสมัชชาคนจนบนเขื่อนราษีไศลและเกษตรกร/ชาวนาอำเภอครบุรี,อำเภอเสิงสาง/พี่น้องผู้รักษ์ลำแซะที่นับถือ. ผมขออนุญาตินำของเก่ามาฉายใหม่ครับ ข้างล่างคือเว็บแสดงกราฟน้ำไหลลงเขื่อนขนาดใหญ่(เขื่อนที่เก็บกักน้ำได้เกิน ๑๐๐ ล้าน ลบ.ม.ขึ้นไป.) ซึ่งจะแสดงกราฟน้ำไหลลงเขื่อนที่เป็นปัจจุบันนะครับ(๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๒ ช้าไป ๓ วัน.) http://msuriyamas.blogspot.com/2009/09/blog-post_6738.html กราฟน้ำในเขื่อนลำตะคอง ณ.วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๒ จากมุมบนของกราฟ แสดงว่า มีปริมาณน้ำในเขื่อนลำตะคอง ๖๓% ของปริมาตรเก็บกักปกติ ๓๒๔ ล้าน ลบ.ม./หรือติดเป็นปริมาตร = ๐.๖๓x๓๒๔ = ๒๐๔.๑๒ ล้าน ลบ.ม.อัตราการใช้น้ำในการอุปโภค,บริโภค,การเกษตรกรรม,และพานิชย์ กรรม (ไม่รวมเขตอุตสาหกรรมสุระนารีซึ่งใช้น้ำบาดาล) รวมเฉลี่ยเดือนละ ๒๒.๕ ล้าน ลบ.ม. การแก้ปัญหาควรหาแนวทางในการผันน้ำจากน้ำตกเหวนรกมาเดิมก็จะ มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนเพิ่มขึ้นอีกถึงปีละ ๑๐๐ - ๑๒๐ ล้าน ลบ.ม.และ เขื่อนลำตะคองก็ยังมีความแข็งแรงและยังสามารถรองรับปริมาณน้ำที่ผันมา เพิ่มนี้ได้ ( ปริมาณน้ำเก็บกักสูงสุก ๔๔๕ ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำเก็บกักปกติ ๓๒๔ ล้าน ลบ.ม.) กราฟน้ำในเขื่อนลำแซะ ณ.วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๒จากมุมบนของกราฟ แสดงว่า มีปริมาณน้ำในเขื่อน ๘๐%ของปริมาตรน้ำเก็บกักปกติ ๒๗๕ ล้าน ลบ.ม./หรือ = ๐.๘๐x๒๗๕ = ๒๒๐ ล้าน ลบ.ม. หากมองอย่างผิวเผินก็จะ เห็นว่า เขื่อนลำแซะมีปริมาณน้ำใช้สอยมากกว่าเขื่อนลำตะคองคือมากกว่าถึง = ๒๒๐ - ๒๐๔.๑๒ = ๑๕.๘๘ ล้าน ลบ.ม.แต่ถ้าเราหันกลับมาดูอัตราการ ใช้น้ำ/เดือน คือ ๒๑.๕ ล้าน ลบ.ม./เดือน ก็จะพบว่าปริมาณน้ำจะไม่พอใช้ อย่างแน่นอนครับ เพราะอัตราการใช้น้ำของเขื่อนลำแซะนี้ ใช้ไปในการ อุปโภค,บริโภค,การพานิชย์กรรม,และการเกษตรกรรมเท่านั้น ยังมิได้รวมน้ำบริโภคในต้วเมืองนครราชสีมา และเขตอุตสาหกรรมสุระนารีซึ่ง มีแผนที่จะนำไปใช้อีกด้วยครับ. ถามว่า เมื่ออัตราการใช้น้ำ/เดือนใกล้เคียงกันแล้วทำไม? จึงจะ เกิดศึกแย่งน้ำกัน? ผมมองอย่างนี้ครับ (เพราะไม่มีตัวเลขของการใช้น้ำใรตัวเมือง นครราชสีมา) ผมประมาณเอาว่า ครึ่งต่อครึ่งของอัตราการใช้น้ำ/เดือนนำมา ใช้ผลิตเป็นน้ำปีปาครับ/หรือ ประมาณ ๑๑.๒๕ ล้าน ลบ.ม./เดือน ส่วนน้ำ เพื่อการเกษตรกรรมในพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดนครราชสีมานั้นจะมีน้ำเพื่อ การเกษตรกรรม จากเขื่อนต่างๆดังนี้ คือ เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนมูลบน เขื่อนมูลบน เขื่อนลำแซะ และเขื่อนลำปลายมาศเป็นต้น. http://msuriyamas.blogspot.com/2009_08_01_archive.html ตามที่ผมได้นำเสนอไปแล้วนั้น ผมขอนำข้อความที่ผมได้โพสท์ลงในเว็บไซด์ผู้จัดการเมื่อประมาณ ปี ๒๕๔๘ ซึ่งเกิด ศึกแย่งน้ำกันระหว่าง บริษัทขายน้ำเอกชนกับกรมที่มีหน้าที่ดูแลน้ำ และพี่น้องเกษตรกร/ชาวนาในภาคตะวันออก. อนึ่งศึกแย่งน้ำนี้กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ในพื้นที่อำเภอเสิงสาง และอำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมาครับ ระหว่าง การประปาโคราช(หรือบริษัทขายน้ำ)กรมที่ดูแลเขื่อน ลำแซะ และพี่น้องเกษตรกร/ชาวนาในพื้นที่ของทั้ง ๒ อำเภอดังกล่าว ทั้งนี้เพราะ ปริมาณน้ำในเขื่อน ลำแซะนั้นแม้จะใช้สำหรับการเกษตรกรรมเพียงอย่างเดียวก็ยังไม่พอใช้อยู่แล้ว ยังจะมาถูกแย่งไปผลิตน้ำประปาให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา และเขตอุตสาหกรรม สุระนารี อีกด้วยครับ เหตุการณ์จะเหมือนที่เกิดขึ้นในภาคตะวันออกเมื่อปี ๒๕๔๘ และเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นอีกที่อำเภอเสิงสาง อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมาในปีที่การก่อสร้างโรงกรองน้ำแห่งใหม่ก่อสร้างแล้วเสน็จประมาณปี ๒๕๕๔ ครับ พี่น้องคอยดูนะครับ ผมยังไม่เห็นมีไคร?สนใจแก้ไข/หรือทำการป้องกันเลยครับ.ลองอ่านแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำในพืนที่ภาคตะวันออกดูนะครับ. >Mr. Suriyamas, > >I read your idea about water crisis solution, posted on www.manager.co.th ><http://www.manager.co.th/> and would like to know more in details. > >การแก้ปัญหาภัยแล้ง ของจังหวัดทางภาคตะวันออกชายฝั่งทะเล จาก ชลบุรี พัทยา >ระยอง โดยเฉพาะที่จังหวัดระยองซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรม >ต้องใช้น้ำเป็นปริมาณมาก/ปี ซึ่งจากนี้ไปจะเกิดภัยแล้งถี่ขึ้น >ดังจะเห็นได้จากปริมาณน้ำที่เก็บกักได้ในแต่ละปีค่อยๆลดลงตามลำดับ เช่น ปี >2547 อ่างและเขื่อนต่างๆในภาคตะวันออกเก็บน้ำได้เพียง.- >1.) อ่างบางพระ ปกติเก็บกักได้ 110ปี2547เก็บกักได้ >48ปัจจุบัน23ก.ค.2548เก็บกักได้เพียง 17 หน่วยเป็น ล้าน ลบ.ม. >2.) >อ่างหนองปลาไหล.ปกติเก็บกักได้164ปี2547เก็บกักได้94ปัจจุบัน23ก.ค.เก็บกักได้เพียง16 >หน่วยเป็น ล้าน ลบ.ม. >3.) เขื่อนคลองสียัดปกติเก็บกักได้325ปี2547เก็บกักได้142ปัจจุบันถึง 23 ก.ค. >2548เก็บกักได้เพียง40 หน่วยเป็น ล้าน ลบ.ม >4.) รวมปกติเก็บกักได้599ปี2547รวมเก็บกักได้284 ปัจจุบันรวมเก็บกักได้เพียง >73 หน่วยเป็น ล้าน ลบ.ม.หรือเท่ากับ 12%ของความสามารถอ่างเก็บกักได้ปกติ >สถาณการณ์น้ำในภาคตะวันออกเข้าขั้นวิกฤตแล้วครับ.แหล่งน้ำที่จะสามารถแก้ปัญหาภัยแล้งได้คือแหล่งน้ำตามแนวพระราชดำหริ >"เขื่อนคลองบ้านท่าด่านครับ" ซึ่งเพิ่งเริ่มเก็บกักน้ำได้ในปี 2548นี้ครับ >ปริมาณเก็บกักปกติ 224 ล้าน ลบ.ม. ปี 2547 ยังไม่มีการบันทึกข้อมูล >ปัจจุบันถึง 23 ก.ค. 2548 เก็บกักได้แล้ว 39 ล้าน >ลบ.ม.เพราะฉะนั้นแหล่งน้ำหลัก" ต้อง"สร้างโรงกรองน้ำที่ >บริเวณเขื่อนคลองบ้านท่าด่าน จังหวัดนครนายก แล้วส่งน้ำไปแจกจ่ายให้ 3 >จังหวัดภาคตะวันออก การประปาต่างๆจะเป็นเพียงสถานีจ่ายน้ำเท่านั้น >โครงการยักแค่ไหนก็ต้องทำครับ >เพราะว่าการแก้ปัญหาในปัจจุบันเป็นการแก้เพียงชั่วคราวเท่านั้น >เช่นการผันน้ำจากบริเวณใกล้เคียงมาใช้ก็เกิดปัญหาแล้ว >เพราะเจ้าของพี้นที่เขาก็ขาดแคลนน้ำ >การผันน้ำจากแม่น้ำบางประกงก็มีปัญหาการปิดเขื่อนทำให้ตลิ่งท้ายน้ำพังทลายลง >และน้ำเค็มจะทลักเข้าไปในเขตเรือกสวนไร่นาของประชาชน >และการเจาะน้ำบาดาลปีนี้พอมีน้ำ แต่ปีหน้าน้ำจะน้อยลงครับ.ระยะทางประมาณ 140 >กม พร้อมโรงกรองน่าจะสามารถก่อสร้างได้แล้วเสร็จภายใน 30 เดือน >โดยในปีนี้จะได้น้ำฝน >และรีบขอพระราชทานฝนหลวงในช่วงหน้าฝนที่บรรยากาศมีความชื้นมากนี้ทำฝนเทียมเพื่อให้ได้น้ำดิบมาประทังไปก่อน >รวมกับน้ำฝนน่าจะพอถูไถไปได้ถึงปลายฝนหน้าครับ >และใช้วิธีเดิมคือขอพระราชทานฝนหลวงอีกรอบก้จะสามารถยืดอายุไปได้จนโครงการก่อสร้างโรงกรองใหม่ที่เขื่อนคลองบ้านท่าด่านแล้วเสร็จ >(หมายเหตู. ถ้าไม่รีบดำเนินการ ท่าน รัฐมนตรี นั่นแหละจะเสร็จครับ.) >อนึ่งที่ต้องก่อสร้างโรงกรองที่เขื่อนคลองบ้านท่าด่านก็เพราะว่า >ระดับเก็บกักน้ำสูงสุดของเขื่อนคลองบ้านท่าด่านจะอยู่ที่ประมาณ + 120 M.S.L. >ถังจ่ายก็จะไม่ตอ้งก่อสร้างสูง หรือต้องใช้แรงดัน. จะสามารถจ่ายน้ำให้ ทั้ง 3 >จังหวัดในภาคตะวันออกได้โดยใช้ระบบแรงโน้มถ่วงครับ. หมายเหตูระบบ >บริษัทจัดการน้ำบริโภคล้มเหลวหากรัฐบาลไม่แก้ไขจะเจอปัญหาซ้ำซาก >การประปาส่วนภูมิภาคต้องทำเอง >ข้าราชการที่ดียังมีอีกมากครับผมเชื่อมั่นพวกเขาจะสามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ.กราบเรียนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดระยองฯ >ระดับเก็บกักน้ำปกติของเขื่อนและอ่างเก็บน้ำในบริเวณภาคตะวันออกจะอยู่ที่ประมาณ >40, +50, +67. M.S.L. เท่านั้น >หากต้องการน้ำดิบมาเติมอางเก็ยน้ำต่างๆก็จะสามารถใช้ท่อล่งน้ำร่วมกันได้ถ้าจำเป็นครับ.ต้องกล้านำเสนอท่าน >รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ >หรือท่านนายกก็ได้ผมเชื่อครับว่าท่านจะรับฟัง. >และที่สำคัญปัญหาการแย่งน้ำก็จะไม่มีครับ พี่น้องครับผมขออนุญาติทำนายเอาไว้เลยนะครับ ญ วันนี้วันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๒ ในอีกไม่ถึง ๒ ปีข้างหน้าจะเกิดศึกแย่งน้ำขึ้นอย่างแนนอน และรัฐบาลจะใช้วิธีการแก้ไขแบบการแก้ผ้าเอาหน้ารอดครับคือ จะกลับไปใช้น้ำดิบจากเขื่อน ลำตะคองตามเดิม (และยอมสูญเสียเงินงบประมาณค่าก้อสร้างโรงกรองแห่งไหม่ ที่ ตำบลด่านเกวียน ไปถึง ๓,๐๐๐ ล้าน บาทเศษ ) แต่ปัญหาก็จะไม่จบครับเพราะปริมาณน้ำไหลลงเขื่อน ลำตะคองมีไม่พอเพียงและยังถูกสนามกล๊อฟแย่งไปใช้อีกด้วยครับ ผมเคนเตือนความจำแก่ผู้ที่รับผิดชอบโดยน้อมนำโครงการพระราชดำริ คืด โครงการก่อสร้างฝายกั้นน้ำที่ น้ำตกเหวนรกและขุดอุโทงผันน้ำมาลง ต้นน้ำลำตะคองคือที่ น้ำตกเหวสุวัจครับ เมื่อครั้งโคราชแล้งหนักเมื่อประมาณปลายปี ๒๕๔๘ เคยมีรัฐมนตรีคิดที่จะผันน้ำมาเติมให้เขื่อน ลำตะคองแต่คิดจะสูบน้ำขึ้ยเขาจากโครงการโขง ชีมูล ไม่เว้นแม้ ๒ - ๓ รัฐบาลที่ผ่านมาครับ. เวลาผ่านไปร่วมเกือบจะ ๕ ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีอะไร?เกิดขึ้นเลยครับ. ด้วยจิตรคารวะ ปนะชุม สุริยามาศ วย.๗๗๗ | เอกชนโคราชผวาขาดแคลนน้ำกระทบธุรกิจ-ลงทุน หลังศาลสั่งระงับก่อสร้างประปาฉาว 3 พันล้าน | | โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ | 23 ตุลาคม 2552 19:40 น. |  |  | | คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น | | | |  | ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- ภาคเอกชนโคราชผวาขาดแคลนน้ำกระทบธุรกิจ-การลงทุนหนัก กรณีศาลปกครองมีคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างโครงการประปาแย่งชิงน้ำ "เขื่อนลำแชะ" ฉาวโฉ่ 3,000 ล้าน รุดเปิดเวทีให้เทศบาลนครโคราชพร้อมหน่วยงานเกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงและหาทางออกร่วมกัน ด้านรองนายกเล็กแจงเคารพคำสั่งศาลเตรียมยื่นอุทธรณ์ใน 30 วัน ย้ำมั่นใจในระยะ 3-5 ปี เมืองโคราชมีน้ำประปาใช้เพียงพอ ด้านผู้ว่าฯ เตรียมตั้ง กก.แก้ไขปัญหาร่วมระหว่างชาวบ้านผู้คัดค้านกับเทศบาล วันนี้ (23 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมชั้น 4 สำนักงานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ได้มีการจัดเวทีชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงความคิดเห็นเพื่อหาทางออกร่วมกัน กรณีโครงการก่อสร้างระบบประปาเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค ของเทศบาลนครนครราชสีมา โดยนำน้ำดิบมาจากเขื่อนลำแซะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ที่ศาลปกครองมีคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างไว้ชั่วคราว หลังกลุ่มรักษ์ลำแชะรวม 91 คน ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง และศาลมีคำสั่งเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงและแสดงความคิดเห็นประกอบด้วย นางสุบงกช วงศ์วิชยาภรณ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา, นายพงษ์เลิศ สุภัทรวณิชย์ รองนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา, นายเชิดชัย โชครัตนชัย อดีตนายกเทศมนตรี ในฐานะผู้อนุมัติดำเนินโครงการ, ตัวแทนสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร, ตัวแทนธุรกิจโรงแรม, โรงพยาบาล, สภาอุตสาหกรรมจังหวัด และผู้ประกอบการร้านค้า จ.นครราชสีมา เข้าร่วมประชุม นายพงษ์เลิศ สุภัทรวณิชย์ รองนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา กำกับดูแลสำนักประปาเทศบาลนครนครราชสีมา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา ศาลปกครองนครราชสีมา มีคำสั่งให้เทศบาลนครนครราชสีมาระงับโครงการก่อสร้างระบบประปาเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค ของเทศบาลนครนครราชสีมาไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกลุ่มรักษ์ลำแชะ นำโดย นายธีรพล รัตนประยูร กับพวกรวม 91 คน ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฟ้องในข้อที่ขอให้ยกเลิกโครงการก่อสร้างดังกล่าวของศาลปกครองนครราชสีมาต่อศาลปกครองสูงสุด ซึ่งศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้รับฟ้อง ต่อมาวันที่ 31 ก.ค.2552 ศาลปกครองนครราชสีมามีคำสั่งรับฟ้องไว้พิจารณาตามคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด และล่าสุดศาลปกครองนครราชสีมามีคำสั่งให้เทศบาลนครนครราชสีมา ระงับการก่อสร้างที่อยู่ระหว่างดำเนินการในขณะนี้ไว้ชั่วคราว ดังกล่าว นายพงษ์เลิศ กล่าวว่า การดำเนินการของเทศบาลนครราชสีมาต่อปัญหาที่เกิดขึ้น แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ เรื่องกระบวนการยุติ ขณะนี้เทศบาลกำลังรอเอกสารคำสั่งศาลปกครอง จากอัยการจังหวัดนครราชสีมา คาดว่า ในสัปดาห์หน้าน่าจะได้รับ ซึ่งเราต้องเคารพการตัดสินของศาลและดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าว โดยจะขอให้อัยการจังหวัดฯ ทำการยื่นอุทธรณ์คำสั่ง ซึ่งกฎหมายกำหนดให้สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วันภายหลังศาลมีคำสั่ง ส่วนที่ 2 คือ การสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาได้เข้าใจและมั่นใจว่า ในช่วง 3-5 ปี นี้ประชาชนในเขตเทศบาลนครฯ จะไม่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำประปาอย่างแน่นอน เพราะน้ำประปาที่ใช้แหล่งน้ำดิบจากเขื่อนลำตะคอง ในปัจจุบัน และโครงการอื่นๆ ที่เทศบาลนครฯ จะดำเนินการ รวมทั้งโครงการแก้มลิง จะสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ สำหรับการก่อสร้างโครงการระบบประปาดังกล่าว ผู้รับเหมา กิจการร่วมค้าเอส เอ (บริษัท ซิโนไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท อาควาไทย จำกัด) ได้ดำเนินการแล้วเสร็จไปแล้วกว่า 67% เบิกงบประมาณไปแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท หลังมีคำสั่งศาล ผู้รับเหมาได้หยุดการก่อสร้างไว้ชั่วคราวมีเพียงการคืนผิวจราจรที่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร ส่วนการขุดหรือวางท่อรวมถึงการก่อสร้างอื่นๆ ได้หยุดดำเนินการไว้ทั้งหมดแล้ว "ผมยืนยันว่า ขั้นตอนการประมูลหรือดำเนินการเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามระเบียบวิธีปฏิบัติ ขอย้ำว่า โครงการนี้มีความจำเป็นมาก เพราะเมืองโคราชมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แหล่งน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคของชาวโคราชมีเพียงแหล่งเดียว คือ จากอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ซึ่งต้องแบ่งน้ำบางส่วนให้กับโครงการลำตะคองแบบสูบกลับ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำนวน 10 ล้านลบ.ม. และหากเกิดวิกฤติภัยแล้งเหมือนเช่นปี 2535 หรือ ปี 2548 จะเกิดปัญหาขึ้นอย่างมาก ฉะนั้น โครงการนี้จึงเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำในอนาคต และรองรับการเจริญเติบโตของเมืองเทศบาลนครฯ ด้วย" นายพงษ์เลิศ กล่าว ด้าน นางสุบงกช วงศ์วิชยาภรณ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า การเปิดเวทีชี้แจงขึ้นในครั้งนี้ ทางหอการค้าจังหวัดต้องการเป็นตัวกลางในการหาทางออกเรื่องดังกล่าวร่วมกัน และต้องการทราบข้อเท็จจริงจากเทศบาลนครนครราชสีมาในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักธุรกิจที่ประกอบการอยู่ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาให้มั่นใจ เวทีนี้ไม่ใช่การคัดค้าน หรือสนับสนุน "องค์กรเราไม่ได้อิงการเมือง ไม่เข้าข้างใคร ส่วนตัวมองว่าโครงการนี้น่าจะดำเนินการต่อไปให้เสร็จสิ้นเพราะงบประมาณทุกอย่างมีอยู่แล้ว การก่อสร้างก็เดินหน้าไปกว่า 60% แล้ว การขยายตัวของจังหวัดนครราชสีมาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจำนวนประชากร และสถานประกอบการธุรกิจต่างๆ ซึ่งล้วนจะต้องใช้น้ำทั้งนั้น" นางสุบงกช กล่าว ขณะที่ นายสวัสดิ์ มังกรวิวัฒน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ภาคธุรกิจต่างให้ความสำคัญกับเรื่องน้ำ การเข้ามาลงทุน หรือประกอบธุรกิจจะต้องมองที่ระบบสาธารณูปโภคเป็นหลัก น้ำจึงมีส่วนสำคัญในการตัดสินใจ หากขาดน้ำ ไม่มีน้ำใช้ ธุรกิจทั้งจังหวัดจะต้องหยุดชะงักไปทั้งหมด นักธุรกิจก็ไม่สนใจเข้ามาลงทุนเพิ่ม และผู้ประกอบการเดิมที่มีอยู่ก็ได้รับความเดือดร้อน ฉะนั้น การหาแหล่งน้ำเข้ามาเพิ่มเติมสิ่งที่มีอยู่เป็นเรื่องที่ดี แต่เรื่องที่เกิดขึ้นกับเทศบาลนคนครราชสีมา ก็เห็นใจทุกภาคส่วน ทั้งภาคเกษตรกรรรมที่มีความจำเป็นต้องใช้น้ำเพื่อทำการเกษตรเหมือนกัน และในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาก็มีความจำเป็นต้องใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ฉะนั้น การทำความเข้าใจกันน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ที่ผ่านมา ในปี 2548 จังหวัดนครราชสีมา ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก ส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่างๆ มากมาย สถานประกอบการแต่ละแห่งรวมถึงโรงแรมต่างกักตุนน้ำเพื่อสำรองไว้ให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ แต่เก็บสำรองไว้ได้ไม่เกิน 3-4 วันก็หมด "หากยังขาดน้ำอีกทุกอย่างก็พังหมด นักท่องเที่ยวหนีไปใช้บริการภูมิภาคอื่น จังหวัดอื่น สุดท้ายผู้ประกอบการต่างๆ ก็อยู่กันไม่ได้ ฉะนั้น น้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขไม่ให้เกิดปัญหาการขาดน้ำขึ้น" นายสวัสดิ์ กล่าว ขณะที่ นายประจักษ์ สุวรรณภักดี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นกับโครงการก่อสร้างระบบประปา ของเทศบาลนครราชสีมา นั้น เรื่องนี้ทุกฝ่ายต้องมาหารือร่วมกันเพื่อหาข้ออธิบายให้ได้ข้อยุติร่วมกัน และหาแนวทางเตรียมการแก้ไขกัน โดยเฉพาะจังหวัดเราได้รับอนุมัติโครงการมามาก และได้งบประมาณมาค่อนข้างมากซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะโคราชเป็นจังหวัดใหญ่รองจากกรุงเทพฯ มีประชากรกว่า 2 .5 ล้านคน ยังไม่รวมประชากรแฝงอีกจำนวนมาก ตนอยากให้ทุกคนเดินไปข้างหน้า แต่อย่าอยู่ด้วยความแตกแยก อย่าอยู่ด้วยความสงสัยซึ่งกันและกัน บ้านเมืองมันจะเดินหน้าไม่ได้ เรื่องนี้เราต้องพูดคุยทำความเข้าใจกัน เพราะเราไม่ได้อยู่คนละประเทศ เราเป็นคนไทยด้วยกันอยู่จังหวัดเดียวกัน ฉะนั้นทุกอย่างสามารถพูดกันได้ด้วยเหตุด้วยผล แต่สำคัญว่าพูดกันให้เข้าใจ ให้เขาเห็นข้อเท็จจริงจริงๆ ตนเชื่อว่า อยู่ในวิสัยที่พูดคุยกันได้ "การดำเนินการก่อสร้างโครงการนี้เริ่มโครงการตั้งแต่ปี 2538 และมีการประมูลเมื่อปี 2550 และลงมือดำเนินการเดินหน้าไปแล้วกว่า 60% ตนว่าเราอย่าไปคิดในแง่ร้าย ฉะนั้น เราต้องช่วยกันทำ ซึ่งจังหวัดเองอาจจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งที่จะมาพูดคุยกันทั้งสองฝ่ายทั้งประชาชนที่คัดค้านโครงการและเทศบาล ได้หันหน้าเข้าหากัน" นายประจักษ์ กล่าว | | | | | | ร้อนตัว! มรดกบาปประปาฉาว 3 พันล. เด็ก "สุวัจน์" เปิดเวทีอ้างผวาขาดน้ำ - ลั่นล่าชื่อกดดันศาล
|